posted on 19 Jun 2008 17:46 by naphathara
วันนี้ฉันไม่ค่อยสบาย ...อาจเป็นเพราะอากาศที่เปลี่ยนไปทำให้เกิดอาการไข้ขึ้น ไอ น้ำมูกไหล= เป็นหวัด
แต่ถึงกระนั้นฉันก็ต้องลากสังขารไปหอสมุดเพราะครบกำหนดคืนหนังสือ
ฉันรีบกิน chocolate ก่อนเข้าไปในหอสมุด ด้วยเหตุผลง่ายๆ ...หอสมุด not allow food and drink
ระหว่างนั้นก็นั่งมอง พี่ยามเตือนเด็กผู้หญิงสองคนเรื่องกางเกงเพราะเค้าห้ามไม่ให้ใส่ใส่กางเกงขาสั้นเข้าหอสมุด
อืม...กางเกงที่สองคนนั้นใส่จะว่าสั้นก็ไม่เชิง ..เป็นกางเกงประมาณครึ่งน่องมากกว่า (ไม่รู้ว่าเค้าเรียกกันว่าอะไร)
...ก็ยังไม่มีอะไรให้คิดมากมาย
เข้าไปนั่งอ่านหนังสือในหอสมุด ..
สายตาเหลือบไปเห็น..กางเกงขาสั้น...
นิสิตหญิงสวมเสื้อคลุมคณะที่ทราบกันดีว่าเป็นคณะที่คะแนนสูงอันดับต้นๆของประเทศใส่นางเกงขาสั้นและนั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้...
ในใจเราก็คิดว่า..สงสัยวันนี้ป้าที่ดูแลตรงประตูไม่ได้สนใจ...
นิสิตคนนั้นนั่งคุยกับเพื่อนอย่างออกรสพร้อมหยิบเวเฟอร์เคลือบช็อคโกแลตเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย..
อึ้ง....
เด็กผู้หญิงที่นั่งโต๊ะถัดไปก็กำลังคุยโทรศัพท์อย่างเมามัน......ทั้งๆที่ป้ายหน้าหอสมุดก็บอกข้าห้ามอย่างชัดเจน..
อาจดูเหมือนว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยและเราเป็นคนจู้จี้..
หากเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นที่อื่น ไม่ใช่ในมหาลัยที่รู้กันดีว่าเป็นแหล่งปัญญาชน..
ปัญญาชนที่ฉันได้รับรู้หลายครั้งว่า...การศึกษาที่สูงขึ้นไม่ได้ทำให้บุคคลเหล่านี้เพิ่มความเคารพกับกฎระเบียบเล็กๆน้อยๆ..
หลายครั้งที่ฉันเห็นคนที่เรียกตัวเองว่าปัญญาชนขึ้นลิฟท์ชั้นเดียวทั้งๆที่นโยบายประหยัดพลังงานถูกปิดไว้ที่หน้าลิฟท์...
ประชากรไทยดื่มเหล้าสูบบุหรี่เพิ่มมากขึ้นทั้งๆที่ต่างได้รับการศึกษามากขึ้น..และในหลักสูตรการศึกษาของประเทศไทยก็ได้บรรจุเนื้อหาเรื่องอันตราย และผลเสียของสิ่งเหล้านี้
บางครั้ง....ความรู้ การศึกษา ..ก็ไม่ได้คนเรามีจิตสำนึกขึ้นมาได้
posted on 27 Apr 2008 15:10 by naphathara
คำจำกัดความของคำว่า blog คืออะไร?
เคยมีคนมาถามว่า blog มันเป็นยังไงเหรอ ?
เราเลยตอบไปว่า..มันเป็นเหมือนพื้นที่เล็กๆ ที่เป็นของเราเอง
ที่เราใช้บันทึก และ บอกเล่าความเป็นตัวเรา..
ไม่ว่าจะแสดงออกโดย เรื่องราว รูปภาพ เพลง หรือ video..
ฉันใช้ชีวิตบน exteen blog มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง
แรกเริ่มเดิมที ..ฉันก็แค่หาอะไรทำเรื่อยเปื่อยตามนิสัยคนขี้เบื่อ
แค่อยากจะระบายบางอย่างที่อัดอึดในใจ
ณ ที่ใดที่หนึ่งที่ไม่มีใครรู้จักเรา
ฉันไม่เคยสนว่าจะมีใครมาอ่านหรือไม่..
ก็แค่เขียน....ไปเรื่อยๆ
วันหนึ่ง...ฉันลองไปกลับไปอ่านของคนที่เข้ามาทิ้งความคิดเห็นไว้
ความคิดของฉันเริ่มเปลี่ยนไป..
เนื่องจากการที่ฉันเป็นคนชอบคิด ชอบอ่าน แต่ขี้เกียจเขียน
การแวะเข้าไปเยี่ยมชมจากผู้คนมากมายทำให้ฉันได้เปิดมุมมองของชีวิต
ฉันเริ่มใช้เวลาในการอ่านบันทึกชีวิตของผู้อื่นมากขึ้น
และเริ่มเขียนน้อยลง..(ขีเกียจนั่นเอง)
ฉันคิดว่า..การที่เราจะทำความรู้จักกับใครซักคน
ไม่ใช่เพียงแค่เรามองเค้าจากภายนอก
ไม่ใช่เพียงแค่เราพูดคุยกับเค้า
แต่หากเป็นการรับรู้และเข้าใจว่าเค้าคิดอะไร..และอย่างไรมากกว่า
คนหลายคนอาจจะมองว่า internet เป็นโลกแห่งความฝัน และความหลอกลวง..
มันอาจจะมีส่วนจริง..แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
เพราะสำหรับบางคน internet เป็นที่ที่เขาสามารถเป็นใครก็ได้ที่เค้าอยากเป็น
แต่กับบางคน internet เป็นที่ที่เค้าได้แสดงตัวตนของเค้าออกมา...
อย่างไรก็ตาม...ฉันก็ได้พบเพื่อนแท้จากโลกแห่งความฝันนี้
และฉันก็กำลังมีความสุข กับการที่ได้ร่วมรับรู้การดำเนินไปของชีวิต..จากคนหลายๆหลาย
posted on 22 Apr 2008 16:12 by naphathara in diary
ไม่ว่าหมอจะใช้ยาดีแค่ไหน มันก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น หากร่างกายผู้ป่วยไม่ยอมรับยา
..........................
ครั้งหนึ่งในชีวิต ฉันเคยประสบกับอาการ "ผิดหวังในความรักอยางรุนแรง"
ฉันจมปลักอยู่กับความเศร้า..
ลืมตามองโลกด้วยความหดหู่ทุกวัน
กำลังใจมากมายจากคนรอบกายที่หยิบยื่นให้
ร้อยคำปลอบประโลม......พันคำแนะนำที่หลั่งไหลเข้ามา
รวมทั้งปีกที่กางออกปกป้องฉันจากสิ่งใดๆก็ตามที่ทุกคนคิดว่า "อาจ"ทำให้อาการของฉันทรุดหนัก
ฉันรู้สึกติ้นตันเหลือกันกับทุกความห่วงใยที่มีให้..
แต่เชื่อหรือไม่...ภายใต้ความหวังดีเหล่านี้
อาการหดหู่และซึมเศร้าของฉันไม่ได้ดีขึ้นเลย
คำพูดปลอบใจ...การปกป้อง ....มือที่ลูบหลัง....มันไม่ช่วยให้ฉันตาสว่าง
กระทั่งวันหนึ่ง
ฉันนั่งอยู่คนเดียว....อยู่กับตัวเอง
แล้วเริ่มคิด
ฉันคิดได้ว่า...หมื่นล้านกำลังใจที่ทุกคนมีให้มันจะไม่มีค่าเลย
หากฉันไม่ให้กำลังใจตัวเอง
จะหวังให้คนอื่นมารักเราได้อย่างไร...หากฉันยังไม่รักตัวเอง
ฉันลุกขึ้น แล้วยิ้มให้คนในกระจก
edit @ 22 Apr 2008 16:49:21 by นภธารา