life on exteen

posted on 27 Apr 2008 15:10 by naphathara

 

คำจำกัดความของคำว่า blog คืออะไร?
เคยมีคนมาถามว่า blog มันเป็นยังไงเหรอ ?
เราเลยตอบไปว่า..มันเป็นเหมือนพื้นที่เล็กๆ ที่เป็นของเราเอง
ที่เราใช้บันทึก และ บอกเล่าความเป็นตัวเรา..
ไม่ว่าจะแสดงออกโดย เรื่องราว รูปภาพ เพลง หรือ video..

ฉันใช้ชีวิตบน exteen blog มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง
แรกเริ่มเดิมที ..ฉันก็แค่หาอะไรทำเรื่อยเปื่อยตามนิสัยคนขี้เบื่อ
แค่อยากจะระบายบางอย่างที่อัดอึดในใจ
ณ ที่ใดที่หนึ่งที่ไม่มีใครรู้จักเรา
ฉันไม่เคยสนว่าจะมีใครมาอ่านหรือไม่..
ก็แค่เขียน....ไปเรื่อยๆ

วันหนึ่ง...ฉันลองไปกลับไปอ่านของคนที่เข้ามาทิ้งความคิดเห็นไว้
ความคิดของฉันเริ่มเปลี่ยนไป..


เนื่องจากการที่ฉันเป็นคนชอบคิด ชอบอ่าน แต่ขี้เกียจเขียน
การแวะเข้าไปเยี่ยมชมจากผู้คนมากมายทำให้ฉันได้เปิดมุมมองของชีวิต
ฉันเริ่มใช้เวลาในการอ่านบันทึกชีวิตของผู้อื่นมากขึ้น
และเริ่มเขียนน้อยลง..(ขีเกียจนั่นเอง)

ฉันคิดว่า..การที่เราจะทำความรู้จักกับใครซักคน
ไม่ใช่เพียงแค่เรามองเค้าจากภายนอก
ไม่ใช่เพียงแค่เราพูดคุยกับเค้า
แต่หากเป็นการรับรู้และเข้าใจว่าเค้าคิดอะไร..และอย่างไรมากกว่า

คนหลายคนอาจจะมองว่า internet เป็นโลกแห่งความฝัน และความหลอกลวง..
มันอาจจะมีส่วนจริง..แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
เพราะสำหรับบางคน internet เป็นที่ที่เขาสามารถเป็นใครก็ได้ที่เค้าอยากเป็น
แต่กับบางคน internet เป็นที่ที่เค้าได้แสดงตัวตนของเค้าออกมา...
อย่างไรก็ตาม...ฉันก็ได้พบเพื่อนแท้จากโลกแห่งความฝันนี้
และฉันก็กำลังมีความสุข กับการที่ได้ร่วมรับรู้การดำเนินไปของชีวิต..จากคนหลายๆหลาย

love myself

posted on 22 Apr 2008 16:12 by naphathara  in diary

 

ไม่ว่าหมอจะใช้ยาดีแค่ไหน มันก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น หากร่างกายผู้ป่วยไม่ยอมรับยา

..........................

ครั้งหนึ่งในชีวิต ฉันเคยประสบกับอาการ "ผิดหวังในความรักอยางรุนแรง"
ฉันจมปลักอยู่กับความเศร้า..
ลืมตามองโลกด้วยความหดหู่ทุกวัน
กำลังใจมากมายจากคนรอบกายที่หยิบยื่นให้
ร้อยคำปลอบประโลม......พันคำแนะนำที่หลั่งไหลเข้ามา
รวมทั้งปีกที่กางออกปกป้องฉันจากสิ่งใดๆก็ตามที่ทุกคนคิดว่า "อาจ"ทำให้อาการของฉันทรุดหนัก

ฉันรู้สึกติ้นตันเหลือกันกับทุกความห่วงใยที่มีให้..
แต่เชื่อหรือไม่...ภายใต้ความหวังดีเหล่านี้
อาการหดหู่และซึมเศร้าของฉันไม่ได้ดีขึ้นเลย
คำพูดปลอบใจ...การปกป้อง ....มือที่ลูบหลัง....มันไม่ช่วยให้ฉันตาสว่าง

กระทั่งวันหนึ่ง
ฉันนั่งอยู่คนเดียว....อยู่กับตัวเอง
แล้วเริ่มคิด
ฉันคิดได้ว่า...หมื่นล้านกำลังใจที่ทุกคนมีให้มันจะไม่มีค่าเลย
หากฉันไม่ให้กำลังใจตัวเอง
จะหวังให้คนอื่นมารักเราได้อย่างไร...หากฉันยังไม่รักตัวเอง

ฉันลุกขึ้น แล้วยิ้มให้คนในกระจก

 

edit @ 22 Apr 2008 16:49:21 by นภธารา

 

 

......ระหว่างทางที่ฉันเดินไปทำ lab...
ฉันหยุดดอกไม้ดอกหนึ่ง...ทุกคนหยุด..แล้วถามฉันว่ามีอะไรหรือเปล่า
ฉันตอบไปว่า เปล่า..
แค่ฉันหยุดดูอะไรนิดหน่อย...

เพราะฉันอยากมีความสุขในทุกก้าวที่เดิน...

............................................................

ในยุคที่โลกมีความก้าวหน้าด้านวิทยาการ...สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์...
แต่ฉันกลับได้ยินมนุษย์พร่ำบ่นอย่างไม่ขาดสาย..
คำที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือ...เบื่อ
รองลงมา ก้อ ..เซ็ง..
ฉันก้อเคยเป็นคนหนึ่งที่มักจะกล่าวพร่ำบ่นคำเหล่านี้
พร้อมทั้งก่นด่าทุกอย่างในโลกนี้..ที่ไม่สามารถทำให้ฉันมีความสุขได้...
....ที่ผ่านมาฉันพยายามอย่างยิ่งที่จะไขว่คว้าหาความสุข...
แต่ฉันกลับไม่เคยได้สัมผัสกับความสุขที่แท้จริงเลย..

วันหนึ่งฉันเลิกงมงายกับความสุขจอมปลอม..
เลิก chat ไร้สาระกับคนแปลกหน้า
เลิกเข้าเว็บหาเพื่อน
เลิกเป็นทาสโทรศัพท์มือถือ
เลิกไปเตร็ดเตร่ตามสถานที่คิดว่าจะเป็น "สถานบันเทิง"
เลิกเล่นเกมส์ที่นับวันมันจะทำให้ฉันหลุดออกไปจากชีวิตจริง

ฉันเลิก"มองหา" ความสุข 
ฉันเริ่ม "มี"ความสุขจากสิ่งเล็กๆน้อยในการมีชีวิต..
ทุกก้าวที่เดินไปตามทาง
กระดาษทุกแผ่นที่อ่าน
ต้นไม้ทุกต้น...ใบ้ไม้ทุกไม้..
ลมหายใจทุกห้วง
....ฉันมีความสุขกับการมองดู "ชีวิต"

แม้บางวันฉันต้องพบเจอกับสิ่งบางอย่างที่มันน่าจะเรียกได้ว่า "เลวร้าย"
ฉันกลับไม่รู้สึกแย่
ฉันไม่โทษโชคชะตาหรือความซวย....

เพราะฉันมีความสุข...กับการมีชีวิตอยู่ทุกห้วงลมหามใจของฉัน

naphathara

 

 

edit @ 22 Apr 2008 17:39:27 by นภธารา